“สบายดีไหม …. ฉันสบายดี ….. สบายดีไหม …..ฉันสบายดี ……”
เสียงตะโกนก้องของ ฮิโรโกะ ผู้ที่ยังคิดถึงคู่หมั่นที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา… ผ่านภูเขาลูกนั้น….
….
…
..
.
ผมนั้งจัดหนังสืออยู่ในบ้าน หลังจากที่นอนซบจากพิษไข้ มา 2 วันนี้ออกเดินได้ ก็เลย จัดหนังสือ จากที่ซื้อชั้นวางหนังสือมาได้ราคา 800 บาทสวยทีเดียว “สีชมพู”
หนังสือผมเยอะมากสะสมจากตอนเรียนรามไปซื้อหนังสือมือ 2 จากหน้าราม นี่ขนาดทิ้งไปบ้างตอนย้ายห้อง หลาย ๆ รอบ รวมทั้งชอบเข้าร้านหนังสือ เข้าทีไรได้มาเล่ม 2 เล่ม ตอนนี้ รวม ๆ เกือบ 1 คันรถ แน่นอนชั้นหนังสือสวย ๆ ที่ซื้อมา ใส่ไม่หมด ผมเลยต้องคัดหนังสือดี ๆ หน่อย
ระหว่างที่นั่งคัดหนังสือ ก็เห็นหนังสือชื่อ Love Letter สีชมพู มีภาษาญี่ปุ่น บน ๆ มาด้วย .. ผมแปลกใจว่าหนังสือเล่มนี้ไม่เคยซื้อ ใครซื้อมาน๊า… ?

หนังสือเล่มนี้เขียนมาจากหนังที่ชื่อเรื่อง ชื่อเดียวกัน love letter โดยผู้กำกับ ชุนจิ อิวาอิ แน่นอนหนังเรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาในญี่ปุ่น ถือว่านี่เป็นหนังรักแนวใหม่ของ ญี่ปุ่น เป็นตัวแทนของความรักของคนหนุ่มสาวสมัยใหม่นี้ทีเดียว
ผมไม่เคยรู้มาก่อน แต่ครั้งแรกที่เปิดอ่าน ก็วางไม่ลง ….
เนื้อหาเขียนถึง ผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ ฮิโรโกะ ที่คิดถึงแฟนหนุ่มที่ชื่อว่า อิสีกิ ฟูจิอิ ซึ่งเสียชีวิตจากการปีนเขา แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น ความคิดถึงทำให้เขาลงมือเขียนจดหมาย ที่เขารู้ว่าไม่มีทางจะส่งไปถึงใครได้ เพราะนั้นเป็นที่อยู่เก่าของ อิสีกิ ฟูจิอิ ที่เอามาจากหนังสือรุ่น สมัย มอต้นของ อิซึกิ ที่ตอนนี้กลายเป็นทาง หลวงไปแล้ว จากคำบอกเล่าของแม่ของ อิซึกิ แต่ ฮิโรโกะ ก็ยังจะเขียนเพียงแค่เพื่อขจัดความเหงา ความเศร้าออกไปจากใจ เขาหวังว่าอย่างไรเสีย อิซึกิ ก็รับรู้ …โดย ฮิโรโกะ เขียนข้อความง่าย ๆ สั้น
เรียนคุณฟูจิอิ อิซึกิ
คุณสบายดีไหม ?
ส่วนฉันสบายดี
จาก นาวาตาเบะ ฮิโรโกะ
แต่ไม่จบเท่านั้น จดหมายกลับตกไปถึงมือของ อิซึกิ และ อิซึกิก็ได้ตอบกลับ มา
เรียนคุณ นาวาตาเบะ ฮิโรโกะ
ฉันสบายดี
แต่ท่าทางจะเป็นหวัดนิดหน่อย
จาก ฟูจิอิ อิซึกิ
ทั้งคู่แปลกใจไม่น้อย อิซึกิ เองก็แปลงใจ อยู่ ๆ มีจดหมายส่งมา ทางฮิโรโกะเองก็แปลกใจ ที่มีการตอบกลับมา จากที่ ที่อยู่นั้น มันไม่มีอยู่ในโลกนี้แล้ว ???
นี่เป็นต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด ….
แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าเรื่องราวมันเริ่มตอนที่ ฮิโรโกะ พบ อิซึกิ (ผู้หญิง) อีกคน ที่เป็นคนตอบจดหมาย พบว่า อิซึกิคนนี้ หน้าตาช่างเหมือนเธอมากเหลือเกิน มากจนคนละแวกนั้นแยกไม่ออก ระหว่างเธอและ อิซึกิ…..
ผมวางหนังสือไม่ลง…. !!
ผมชอบ อิซึกิ ตัวละครที่เป็นผู้หญิงอีกคนที่ อิวาอิ สร้างขึ้น ผู้หญิงร่างเริง ตรงไปตรงมา ออกแนวตลก ๆ นิด ๆ
ฮิโรโกะ ขอให้เธอเขียนเล่าเรื่อง ราวระหว่าง เธอ กับ อิซึกิ (ชาย) ให้ฟัง
เธอเองก็ยังย้ำว่า “ไม่น่าฉันไม่ชอบเขาเลยสักนิด” , ฉันไม่ได้ปลื้มอะไรกับการต้องมีชื่อเดียว นามสกุลเดียวกับผู้ชายคนนี้ ฉันต้องการให้พ่อแม่เขาเลิกกันด้วยซ้ำเพื่อเขาจะได้เปลี่ยน นามสกุลเป็นอย่างอื่นไปที่ไม่ใช่ “ฟูจิอิ”
แม้กระทั่งเธอเล่าตอนการเป็นกรรมการห้องสมุดด้วยกัน ตลอด 3 ปีว่าเหมือนการตกนรก … เพราะนอกจากที่ไม่ชอบที่ได้เป็นกรรมการกับผู้ชายที่ชื่อเดียวกัน นามสกุลเดียวกันแล้ว..!!(รำคาญที่เพื่อน ๆจับคู่ให้แบบนั้นในปีแรก) ปี่ต่อมา อิซึกิ ตั้งใจจะสมัครเองคนเดียวโดยไม่ต้องมี อิซึกิ (ชาย) เข้ามาร่วมด้วย อิซึกิ(ชาย) ยังทะลึ่งสมัครตามอีก ฉันเกลียดจริง ๆ เลย !!!
ตลอด 3 ปี ที่เป็นกรรมการห้องสมุดด้วยกัน นอกเสียจากว่า อิซึกิ(ชาย) ไม่ช่วยงานห้องสมุดแล้ว อิซึกิ(ชาย) ยังชอบเล่นพิเลน..โดยการยืมหนังสือที่ไม่มีใครยืมกัน เพียงเพื่อเขียนชื่อตัวเอง ลงในกระดาษยืมหนังสือ แถมบอกเหตุผลว่า สงสารที่หนังสือไม่มีใครอ่าน แล้วการได้เขียนชื่อคนแรกมันเท่ห์!! ดูซิ อิซึกิ(ชาย) มันบ้าจริง ๆ นะ ฮิโรโกะ แต่เอ๊ะนี่ผู้ชายของเธอนี่เธอก็คงต้องมองว่าดีอยู่แล้ว !!
“คุณเชื่อในรักครั้งแรกไหม ?”
คำพูดที่ “อิซึกิ” พูดกับ ฮิโรโกะ ครั้งแรก ตามด้วย “เป็นแฟนกับผมเถอะ” คำพูดที่ตราตรึง และ ฮิโรโกะ รู้สึกดี ….มาตลอด
แต่ตอนนี้เธอกลับคิดว่าไม่ใช่แล้ว ความหมายของคำว่ารักแรก ของอิซึกิ นั้นคือ อิซึกิอีกคน !!
แต่จากการได้ฟังคำบอกเล่าถึงตัว อิซึกิ(ชาย) ผ่านอิซึกิ(หญิง) ผมรู้สึกอบอุ่น และคิดว่า ฮิโรโกะเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน …
ผมชอบการเล่าเรื่องที่เริ่มจาก สิ่งที่ อิซึกิ (หญิง) ไม่เคยรับรู้ตลอด 10 ปีว่าแท้จริงแล้วเขามีความผูกพันธ์ลึก ๆ กับ อิซึกิ (ชาย) แต่คนอ่านจะรับรู้ได้ว่ามีความอบอุ่น แฝงอยู่ในพฤติกรรมแปลก ๆ ของ อิซึกิ (ชาย) และ อิซึกิ(หญิง) ก็มองข้ามมาโดยตลอด ซึ่งเพิ่งจะกลับมาทบทวนจากการที่ ฮิโรโกะขอให้เธอเล่าให้ฟัง …
ท้ายที่สุด อิซึกิ ได้รับการขอร้องให้ช่วยถ่ายรูป โรงเรียนเก่าให้หน่อย …
ความลับ 10 ปี ที่ไม่ได้ระแคะระคายเลยก็ถูกเปิดออก …..

“คุณเชื่อในความรักครั้งแรกไหม ?”











“คุณเชื่อในความรักครั้งแรกไหม ?” >> ออฟเชื่อนะคะ
เพียงแต่ว่าความรักครั้งแรกก็ยังไม่สำคัญเท่า
ความรักครั้งสุดท้ายที่เราหยุดอยู่ที่ใครสักคน
By: NongOff on มกราคม 19, 2009
at 2:09 am
เพิ่งดูหนังเรื่องนี้จบจากใน cableTV
ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เลยมาsearch จากชื่อตัวละครดู
ก็เจอ blog นี้ครับ
หนังทำได้ดีทีเดียว ฉากสวย บทดี
ดูแล้วประทับใจโดยเฉพาะตอนจบ
By: panuwat on พฤษภาคม 24, 2009
at 1:34 pm